Follow linux.sothorn.org on:
- LinuxDotSothorn: ยกเลิกการใช้งานเวบบอร์ด http://tinyurl.com/yerhxga
- LinuxDotSothorn: ยกเลิกการใช้งานเวบบอร์ด http://tinyurl.com/yzdd7fz
- LinuxDotSothorn: ยกเลิกการใช้งานเวบบอร์ด http://tinyurl.com/y9unqj9
- LinuxDotSothorn: ยกเลิกการใช้งานเวบบอร์ด http://tinyurl.com/ydyvbq2
- LinuxDotSothorn: วิธีใช้ Google Buzz สำหรับผู้เริ่มต้น http://is.gd/8GuxT
หน้าเว็บทวิตเตอร์ล่ม แต่ยังใช้งานได้ผ่าน Client
ในขณะที่เหล่าผู้ใช้งานกำลังใช้งานทวิตเตอร์กันอย่างเพลิดเพลินนั้น เว็บไซต์ทวิตเตอร์ก็ไม่สามารถเข้าดูได้ (รวมไปถึงหน้าอื่นๆ บางหน้า) แต่ทว่าผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้งานทวิตเตอร์ได้อย่างไม่ติดขัด หากว่าใช้งานผ่าน Client ต่างๆ เพราะ API ที่เชื่อมต่อกับทวิตเตอร์ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์
มีผู้ใช้หลายคนทำการทวิตข้อความที่เกี่ยวข้องกับการล่มของทวิตเตอร์ครั้งนี้ โดยสามารถติดตามได้จากที่นี่ (ว่าแต่ทำไมหน้านี้ใช้ได้หว่า ?)
สำหรับผู้ที่พยายามเข้าไปยังหน้า http://www.twitter.com จะได้รับข้อความว่า
"Something is technically wrong.
Thanks for noticing—we're going to fix it up and have things back to normal soon."
(รู้สึกว่าบางคนจะเข้าได้ แต่ผมเข้าไม่ได้นะ) งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นแผนให้คนมาใช้ client เยอะๆ รึเปล่าน้า :P
ที่มา - TechCrunch
แบต iPad เสื่อม? จ่ายอีก 99 ดอลลาร์ แล้วแอปเปิลจะเปลี่ยนให้ทั้งอัน
ข่าวดี (หรือเปล่า?) สำหรับคนที่คิดจะซื้อ iPad ครับ ในกรณีที่ใช้ไปแล้วแบตเกิดเสื่อมขึ้นมา วิธีแก้ปัญหาคือถอดแบตออกแล้วเปลี่ยนก้อนใหม่ ส่ง iPad เครื่องเก่าคืนให้แอปเปิล แล้วแอปเปิลจะส่ง iPad เครื่องใหม่กลับมาให้
แอปเปิลคิดค่าใช้จ่าย 99 ดอลลาร์ รวมค่าส่งในสหรัฐอีก 6.95 ดอลลาร์ รวมเป็น 105.95 ดอลลาร์ การเปลี่ยนเครื่องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อแม้นิดหน่อยว่าเครื่องต้องไม่เสียหายจากอุบัติเหตุอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความจุของแบตเตอรี่ (ไม่รู้ว่า jailbreak นับไหมนะครับ)
แอปเปิลจะไม่ถ่ายข้อมูลจากเครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ให้ ดังนั้นแอปเปิลแนะนำว่าควรแบ็คอัพข้อมูลจาก iPad เครื่องเก่าลงใน iTunes ก่อนเสมอ
[ข่าวลือยืนยัน 99.9%] กูเกิลถอนตัวออกจากจีนแน่นอน
หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่าตอนนี้กูเกิลตัดสินใจ 99.9% แล้วว่าจะเลิกทำ google.cn หลังจากการเจรจาเรื่องการเซ็นเซอร์กับรัฐบาลจีนไม่ประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้กูเกิลยังไม่ประกาศเรื่องนี้ เป็นเพราะกูเกิลต้องการซื้อเวลาเพื่อดูแลพนักงานของตนให้ปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งของรัฐบาลจีน
นอกจาก google.cn ที่เป็นปัญหาแล้ว กูเกิลยังมีศูนย์วิจัยในปักกิ่ง และทีมขายโฆษณาภาษาจีนซึ่งอาศัยอยู่นอกประเทศจีน ซึ่งกูเกิลหวังว่าจะยังคงสองส่วนนี้ไว้ในจีนได้ หลังจากถอน google.cn ออกไป
อย่างไรก็ตาม มีข่าวเหมือนกันว่ากูเกิลอาจยังคง google.cn ไว้ แต่ใช้วิธีขายหุ้นบางส่วน (หรืออาจจะทั้งหมด) ให้กับบริษัทจีนแทน
ที่มา - FT.com
รีวิว HTC Legend โดย Engadget
ข่าวคราวล่าสุดของ HTC Legend ที่เป็นทายาทของ HTC Hero ที่ได้รับการกล่าวขวัญในเรื่องโครงของโทรศัพท์ unibody ที่ทำด้วยอะลูมิเนียม ล่าสุด Engadget ได้จับเอา HTC Legend มาทำการรีวิวแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า ถูกจับไปเปรียบเทียบกับ HTC Hero อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จุดเด่นของ HTC Legend ที่ Engadget ได้พูดถึง ก็คือ
- บางกว่า HTC Hero
- Android 2.1 มาพร้อมกับ Sense UI เป็นตัวแรก
- Multitouch!
- หน้าจอ AMOLED
- ใช้ Optical trackpad แทน Trackball ซึ่งน่าจะทนทานมากกว่า
ส่วนข้อเสียที่น่าจับตาก็คือ
- เรื่องของแบตเตอรี่ ความจุ 1300 mAh สามารถอยู่ได้แค่ 6 ชั่วโมงภายใต้ เครือข่าย 3G
- ความสว่างของหน้าจอ
- การรับสัญญาณ Wifi (-- ?เพราะตัวถังอะลูมิเนียม?)
ภาพประกอบ ดูได้จากที่มาครับ
ที่มา Engadget
จีน ถึง กูเกิล: จะอยู่ทำธุรกิจต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกูเกิล
update การงัดข้อระหว่างยักษ์กูเกิล กับจีน ครับ
สืบเนื่องมาจากกรณีการโจมตีเว็บไซต์กูเกิลเชื่อมโยงไปยังที่มาในจีน นำไปสู่ ข่าวลือการยกเลิกความร่วมมือในการบล็อคเว็บในจีน การถอนตัวออกจากการทำธุรกิจในจีน และการเจรจากับรัฐบาลจีน ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ล่าสุด Eric Schmidt CEO ของกูเกิล ได้ออกมากล่าวว่า กำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ในขณะที่ David Drummond หัวหน้าทีมกฎหมายของกูเกิล ได้เขียนเป็นนัยไว้ในบล็อกของบริษัทว่า กูเกิลไม่ต้องการคัดกรองผลการค้นหาบน Google.cn อีกต่อไป และถ้าการกระทำนี้ไม่สามารถหาจุดลงตัวภายใต้กฎหมายของจีนได้ ก็อาจนำไปสู่การปิดสำนักงานในจีน
ล่าสุด รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และสารสนเทศของจีนได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า ถ้าหากกูเกิลไม่สามารถทำตามกฎหมายของจีนได้ ก็ถือว่า ไม่เป็นมิตร ไม่รับผิดชอบ และต้องรับผลที่เกิดขึ้น ส่วนการที่กูเกิลจะถอนตัวออกจากการทำธุรกิจในจีนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวกูเกิลเอง
ที่มา
Google Blog via Wired, BBC
แอบอ่านอีเมลของคนดังไม่ได้ยากอย่างที่คิด...
การเข้าถึงกล่องอีเมลของคนมีชื่อเสียงไม่ได้ยากอย่างที่คิด
เว็บไซต์ฝรั่งเศส Inrocks รายงานว่านักท่องเว็บนิรนามได้ส่งรูปภาพหน้าจอไปยังเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ว่าเขาสามารถเข้าถึงกล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสสองคน คือ นาย Pierre Forgues และ Philippe Goujon
บุคคลนิรนามดังกล่าวอธิบายว่า เขาค้นหาที่อยู่อีเมลของ ส.ส. สองรายดังกล่าวได้จากรายชื่อ ส.ส. ในเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่อยู่อีเมลซึ่งใช้บริการจากเว็บเมลภายนอกรัฐสภา จากนั้น ในหน้าลงชื่อเข้าใช้ ก็ใส่ชื่อผู้ใช้ของ ส.ส. และสำหรับช่องรหัสผ่าน ก็คลิกรายการ "ลืมรหัสผ่าน" เพื่อเลือกคำถามที่ ส.ส. สองคนนั้นได้กรอกไว้ ซึ่งมักจะเป็นคำถามที่ตั้งไว้โดยเว็บเมลล่วงหน้า ประเภท "โรงเรียนแห่งแรกของคุณชื่ออะไร" "สัตว์เลี้ยงตัวแรก/ปัจจุบันชื่ออะไร" "คุณพบคู่สมรสของคุณที่ไหน" ฯลฯ โดยสำหรับคำถามเหล่านี้ ก็หาคำตอบได้ไม่ยาก เพียงแค่ค้นหาในกูเกิลหรือวิกิพีเดียภายในไม่กี่คลิกก็ได้คำตอบแล้ว
นอกจากเรื่องการเข้าถึงอีเมลนี้เองแล้ว เนื้อหาอีเมลของ ส.ส. ทั้งสองยังได้ทำให้คนที่ได้อ่านประหลาดใจว่า ส.ส. ไม่มีความจริงจังในการทำงาน อาทิ เขาได้บันทึกไว้ในอีเมลเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงกฎหมายฉบับหนึ่งว่า "ผมไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็จะลงคะแนนเสียงให้ตามที่ได้รับคำสั่งจากพรรคการเมือง..."
สำหรับฐานความผิดทางกฎหมายในการเข้าถึงอีเมลผู้อื่นตามกฎหมายฝรั่งเศสนั้นคือการละเมิดความลับทางการติดต่อสื่อสารทางจดหมาย ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 45,000 ยูโรหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี
ที่มา - lemonde.fr และ lesinrocks.com (เป็นภาษาฝรั่งเศส ลองแปลด้วยบริการแปลออนไลน์ต่างๆ เพื่ออ่านต้นฉบับนะครับ)
ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยซิลเวอร์ไลท์รุ่นเบต้าสำหรับซิมเบียน 14 มี.ค.นี้
ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยซิลเวอร์ไลท์รุ่นเบต้าสำหรับซิมเบียน S60 5th Edition ในวันที่ 14 มี.ค. นี้ ซึ่งก็ล่วงเลยมาตั้งสองปีแล้ว นับตั้งแต่ที่ไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือกับโนเกียว่าจะออกซิลเวอร์ไลท์สำหรับซิมเบียนภายในสิ้นปี พ.ศ.2551
อนึง ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยชุดเครื่องมือและ runtime ดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ไมโครซอฟท์ได้ดึงไฟล์ดังกล่าวลงจากเว็บไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
ที่มา: ZDNet
JooJoo ใกล้วางขาย ปรับอินเทอร์เฟซใหม่ เผยสเปกฮาร์ดแวร์บางส่วน
แท็บเล็ต JooJoo (อดีต CrunchPad) ใกล้วันวางจำหน่ายในวันที่ 25 มีนาคมนี้เต็มที ทางบริษัท Fusion Garage ต้นสังกัดได้ส่งอุปกรณ์ให้กับ FCC ของสหรัฐทดสอบ ซึ่งทำให้เรารู้สเปกของฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
ข้างในของ JooJoo ใช้ Atom N270 กับ NVIDIA Ion พร้อมกับมีการ์ด 3G ในตัว (อาจวางขายรุ่น 3G ในอนาคต) อย่างไรก็ตามทางเว็บไซต์ Engadget ได้แสดงความกังวลว่าคู่ N270/Ion นั้นเก่าไป และมีปัญหาเรื่องอายุของแบตเตอรี่ โดยเมื่อเทียบกับ Atom Pine Trail/Ion 2 ที่เพิ่งออกมาใหม่ในช่วงหลังนี้ ทางบรรณาธิการของ Engadget ได้ประเมินว่า JooJoo จะสามารถใช้งานท่องเว็บผ่าน Wi-Fi ได้ 3.5 ชม. และดูวิดีโอได้ 2 ชม.
ข้อมูลจาก Fusion Garage ระบุว่าฟอร์แมตของวิดีโอที่สนับสนุนได้แก่ AVI, MPEG-4, MOV, WMV and WMA, FLV (Flash Video), VOB, OGG, OGM and OGV, MKV (Mastroska), DiVX และ XViD
ที่มา - Engadget
นอกจากสเปกด้านฮาร์ดแวร์แล้ว ยังมีข่าวว่า JooJoo ได้รับการยกเครื่องอินเทอร์เฟซใหม่ให้หน้าตาดูดีมากขึ้น ปรับปรุงเรื่องการ scroll หน้าจอ และเพิ่มคีย์บอร์ดบนหน้าจอขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานมือเดียวอีกด้วย
ที่มา - Engadget
นิวซีแลนด์เริ่มกรองการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ได้เริ่มเปิดใช้ระบบกรองการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบเงียบ ๆ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้กลุ่มสนับสนุนเสรีภาพบนเครือข่ายออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการที่รัฐบาลเปิดใช้ระบบกรองการเข้าถึงนี้แบบเงียบ ๆ โดยไม่แจ้งให้ประชาชนทราบ
โดยระบบนี้จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทย (Department of Internal Affairs) ของประเทศนิวซีแลนด์ และได้มีการทดสอบมากว่าสองปีแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเข้าถึงเว็บไซท์ที่มีรูปภาพเกี่ยวกับเด็กที่ถูกทารุณกรรมทางเพศ
อย่างไรก็ดี มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบางเจ้าเท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยเหล่าผู้ให้บริการก็ยังมีความเห็นที่หลากหลายอยู่ว่า การกรองเนื้อหาแบบนี้เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ใช้หรือไม่
ไม่ใช่แค่ที่สารขันท์ที่เดียวซินะ ที่รัฐบาลแอบทำอะไรแบบนี้เงียบ ๆ โดยไม่บอกประชาชน
ที่มา : The Register
OpenGL 4 มาแล้ว เพิ่มฟีเจอร์ให้ทัดเทียม Direct3D 11
Khronos Group ผู้ดูแลสเปกของ OpenGL ได้ออกสเปก OpenGL 4.0 แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเพิ่มฟีเจอร์ที่มีใน Direct3D 11 เข้ามาให้ทัดเทียมกัน
ฟีเจอร์สำคัญ 2 ประการได้แก่ hardware tessellation (ช่วยให้การ์ดจอสร้างโพลีกอนขึ้นมาตามโปรแกรมที่ระบุไว้ ทำให้รูปทรงของวัตถุละเอียดขึ้น) กับ compute shaders (สำหรับใช้การ์ดจอทำเป็น GPGPU ประมวลผลด้านอื่นๆ ด้วย) นอกจากนี้ก็มีฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ อีกพอสมควร
ในโอกาสเดียวกัน Khronos Group ยังออก OpenGL 3.3 ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่บางส่วนของ OpenGL 4 ให้เป็นเส้นทางการอัพเกรดระหว่างกลาง สำหรับฮาร์ดแวร์เก่าๆ อีกด้วย
NVIDIA ออกมาบอกแล้วว่า GPU รุ่นใหม่รหัส "Fermi" นั้นรองรับ OpenGL 4 แน่นอน
ที่มา - Ars Technica
อเมริกาเปิด Pre-Order iPad แล้ววันนี้! ใครที่อยู่สหราชอาณาจักรนำเข้าได้โดยไม่ต้องเสียภาษี!
ของเล่นใหม่จาก Apple ได้เวลาออกมาให้ชาวโลกเตรียมจับจองเป็นเจ้าของกันแล้วครับ เมื่อ Apple ประกาศเปิดการสั่งจองล่วงหน้าของ iPad เป็นที่เรียบร้อย และแน่นอนว่าเราไม่พลาดนำมาอัพเดท
iPad เปิดให้ผู้ที่มีที่อยู่ในอเมริกาเท่านั้นที่สามารถสั่งจองในครั้งนี้ได้ โดยจะส่งต่อให้ผู้ที่สั่งจองในวันที่ 3 เมษายน 2553 ตามที่มีข่าวไปแล้วล่วงหน้า
โดยข่าวดีครั้งนี้ตกเป็นของหลายๆ ประเทศที่มีการกำหนดพิกัดสินค้าให้สินค้าประเภท “เครื่องจัดการข้อมูลอัตโนมัติ (automatic data processing machine)” เป็นสินค้าปลอดภาษีอากร และหนึ่งในกลุ่มประเทศผู้โชคดีเหล่านั้นก็คือกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร นั่นเองครับ
สำหรับในไทยเรานั้น ใครต้องการจับจ่ายซื้อมาเป็นของขวัญวันปีใหม่ (ไทย ^^) ก็สามารถทำได้ผ่านบริการ Package forwarding ที่มีให้เลือกกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Myus.com และ ShipIto.com นั่นเองครับ
งานนี้เขื่อแน่ว่าหลายๆ คนคงตื่นเต้นกันน่าดู ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่คงต้องขอดูท่าทีก่อนว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะมีใครตัดสินใจซื้อไปก่อนไหม เผื่อจะได้แอบเอามายืมเล่นทดสอบก่อนน่ะครับ แผนสูงไหมล่ะ
ที่มา - Apple.com, Orange.co.uk
เสนอข่าวครั้งแรก - AppDiscuss.com
Monkey Island 2 ได้รับการ Remake
หลังจากประสบความสำเร็จในการรีเมคภาคแรกไป ทาง LucasArts จึงได้เปิดตัว Monkey Island 2 Special Edition: LeCheck's Revenge โดยเป็นการนำเกมดอสสุดคลาสสิคมารีเมคใหม่ให้มีภาพสวยงามขึ้น (เป็นภาพวาดมือในระดับ 1080p ทุกฉากครับ) มีเสียงพากย์ และดนตรีประกอบใช้เครื่องดนตรีจริง
เช่นเดียวกับในรีเมคภาคแรก เกมนี้จะมีความสามารถในการสลับใช้ภาพทั้งในแบบคลาสสิก และแบบปรับปรุงใหม่อย่าง Real-Time (โดยแบบคลาสสิกจะใช้ดนตรีแบบต้นฉบับ และไม่มีเสียงพากย์ ซึ่งผมพบว่าฉากที่โจรสลัดร้องไห้ใน Scumm Bar ในภาคแรกนั้นน่ารำคาญมากครับ) นอกจากนี้ยังจะมีระบบ Hint หรือคำใบ้ที่สามารถกด H เพื่อขอคำใบ้ให้แสดงขึ้นบนจอ มีคำใบ้ถึงสามระดับ โดยระดับที่สามนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเฉลยเลยทีเดียว และในภาคนี้ระบบคำใบ้จะสามารถเน้นวัตถุบนจอได้ด้วยครับ
สำหรับ Screenshot นั้นสามารถดูได้ที่ Kotaku และมีกำหนดการออกภายในหน้าร้อนปีนี้ บน PC, Mac, XBox Live, iPhone และ PS3
ที่มา: Kotaku, @Lucasartsgames
ผมเองคาดว่าภาค 3 น่าจะ Remake ตามมาถ้าภาคนี้ขายดีอีกนะครับ อยากรู้มากๆ ว่าภาพการ์ตูนสุดๆ ในภาค 3 จะออกมาในรูปแบบใหม่อย่างไร และภาค 4 จะเป็น 3D หรือไม่ และ LucasArts จะใช้เอนจิ้นอะไร (คาดว่าน่าจะเป็น engine ของ Telltale Games นั่นแหละครับเพราะ Telltale กับ LucasArts ร่วมมือกันอยู่ในซีรีส์นี้)
ปล. มีคนทดลองนำภาพ Concept Art ของภาคสองนี้ไป map บนฉาก 3D แล้วไปรันบน Crysis ด้วยครับ
รีวิว: Location and Other Sensors บน Windows 7 + Geosense for Windows โปรแกรมจำลอง Location Sensor แบบฟรีๆ
ช่วงหลังมานี้บริการอิงตำแหน่งผู้ใช้ หรือที่เรียกว่า Location-Based Service หรือ Geo-location Service ได้มีการพูดถึงบ่อยครั้งโดยเฉพาะจาก Google (เมื่อกูเกิลบอกได้ว่า สินค้าที่ค้นหามีในร้านแถวบ้านหรือไม่?, Chrome รุ่นสำหรับนักพัฒนา รองรับ Geolocation API แล้ว, กูเกิลได้สิทธิบัตรการโฆษณาอิงตำแหน่งของผู้ใช้) หรือข่าวว่าจะเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงอย่างข่าว ตลาดแอพพลิเคชั่นอิงตำแหน่งจะมีมูลค่ากว่าสี่แสนล้านบาทในปี 2014 ไม่เว้นแม้แต่วงการ Facebook และ Twitter (Facebook จะเปิดบริการ Location ในเดือนเมษายน, Twitter เริ่มทดสอบฟีเจอร์ Location บนหน้าเว็บเช่นกัน คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้)
แต่ถ้าหากว่า Location-Based Service เหล่านี้ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเราอยู่ที่ไหนมันจะมีประโยชน์อะไร จริงไหมครับ? ครั้นจะให้ซื้อ GPS มาติดเครื่องก็ใช่ที่ ตลาดที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงหลักแสนล้านบาทก็คงเป็นได้แค่ฝันหากเข้าถึงได้โดยเหล่าโทรศัพท์มือถือที่มี GPS ติดตั้งไว้เท่านั้น
แล้วถ้ามีทางเลือกที่จะช่วยให้ใช้ Location-Based Service ได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินและไม่ต้องมานั่งเลือกตำแหน่งเอง ทำให้เราเองก็มีโอกาสได้เข้าถึงบริการต่างๆ เหล่านี้ได้ก็คงน่าสนใจไม่น้อย และทางเลือกนั้นก็ได้มีเกิดขึ้นมาแล้วครับ
ภาพทุกภาพ ลิงก์ทุกลิงก์มีคอมเมนต์นะครับ อ่านคอมเมนต์ภาพเพื่อเพิ่มอรรถรส หรืออ่านก่อนกดลิงก์เผื่อจะไม่อยากกดก็ได้ครับ
ภาพบางภาพเป็นภาพย่อ คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ได้ ภาพที่ถูกย่อมาจะมีบอกอยู่ในคอมเมนต์ภาพและใต้ภาพครับ
Geosense for Windows เป็นโปรแกรมจำลอง Sensor บน Windows Sensor and Location Platform เพื่อให้เราสามารถใช้บริการที่อิงตำแหน่งผู้ใช้ได้สำหรับผู้ใช้ Windows 7 โดยเฉพาะ
ทำไมต้องเป็น Windows 7?
หลายๆ คนที่ใช้ Windows 7 อาจจะเคยเห็น "Location and Other Sensors" ที่อยู่ใน Control Panel กันมาบ้างแล้ว และถ้าให้ผมเดา เกือบทุกเครื่องจะแจ้งว่าไม่มี Sensor ใดๆ ติดตั้งอยู่เลย
แล้ว Sensor มันมีเอาไว้ทำอะไรกันแน่? เรื่องนี้ผมเคยลองค้นๆ ดูก็ได้ความประมาณว่า เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง เอาไว้บอกค่าทางกายภาพต่างๆ เช่น สถานที่ (GPS) การเคลื่อนไหว (Accelerometer) ฯลฯ โดยบางเครื่องก็มีติดตั้งไว้บ้างแล้วสำหรับเรียกใช้เฉพาะทาง เช่นแล็ปท็อปที่มี Accelerometer ติดตั้งไว้เพื่อป้องกันฮาร์ดไดรฟ์เสียหายจากการสั่นสะเทือนของเครื่อง หรือ GPS สำหรับติดตามเครื่องหาย
เหนื่อยกับการเขย่าแล้วจับภาพมาก แต่ถ่ายมาได้แค่ขีดเดียวเอง T-T
แต่ Sensor เฉพาะทางเหล่านี้เราไม่สามารถนำค่าที่ได้มาใช้ประโยชน์อื่นใดได้โดยง่ายเลย Windows 7 จึงได้มี Windows Sensor and Location Platform ติดตั้งมาให้เพื่อเป็นศูนย์กลางของอุปกรณ์พวกนี้ เพื่อที่โปรแกรมต่างๆ จะได้มีมาตรฐานการเข้าถึงเหมือนๆ กัน
แล้ว Geosense ทำงานอย่างไร?
Geosense จะทำงานโดยอ้างอิงที่อยู่ของเราจาก Wi-Fi หรือ IP-Address ของเราจากบริการอ้างอิงตำแหน่งดังนี้
-
Google Location Services (Wi-Fi)
-
Google Location Services (IP)
และยังมีที่กำลังทำให้ใช้อีก ดังนี้
-
Google Location Services (Cell)
-
Skyhook Wireless (Wi-Fi)
-
Quova (Wi-Fi)
-
Navizon (Wi-Fi)
-
Navizon (Cell)
โดย IP นี่น่าจะรู้กันแล้วว่าหมายถึงดูว่า IP นี้จะอยู่บริเวณไหน (ADSL ตามบ้านแม่นจนน่ากลัวเลยนะครับ) Wi-FI ก็หมายถึงสัญญาณ Wi-Fi ที่หาเจอหรือเชื่อมต่ออยู่ และ Cell ก็หมายถึง Cell site หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือนั่นเอง
ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 7 OEM แล้วต้องการติดตั้งมากับเครื่องเลย ติดต่อได้ผ่านหน้าหลักของโปรแกรมครับ
เกริ่นมายาวแล้ว มาดูในส่วนของการใช้งานกันบ้างดีกว่า เริ่มต้นก็เหมือนทั่วๆ ไปครับดาวน์โหลดจากหน้าหลักของโปรแกรม โดยแยกเป็น 32-bit และ 64-bit เท่านั้นเอง
มีวันออกรุ่นถัดไปโดยประมาณด้วย น่ารักมาก
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วจะไม่มีโปรแกรมใดๆ แสดงให้เห็น และไม่มีให้เปิดด้วยครับ แต่จะมีขึ้นมาใน Location and Other Sensors เท่านั้น และเพื่อความปลอดภัยจะสังเกตได้ว่า Geosense Location Sensor ได้ถูกปิดการทำงานเอาไว้ เราก็ทำการเลือกที่ Enabled แล้วก็ Apply อีกครั้งก็เรียบร้อยครับ
แล้วจะรู้ได้ไงว่ามันทำงานแล้ว อันนี้ผมไม่รู้เหมือนกันครับ O_o แต่ถ้าใช้ Gadget ที่ชื่อ Weather อยู่ กดเข้าไปใน Setting แล้วจะเห็นว่าช่อง "Find location automatically" สามารถเลือกได้แล้ว ลองเลือก แล้วรอดูผลครับ
จะเห็นว่าสถานที่กลายเป็นที่อยู่ปัจจุบันของเราแล้ว แต่ถ้าใครตั้งเป็นที่อยู่ปัจจุบันไว้ก่อนหน้าแล้วอาจจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ให้สังเกตจากเครื่องหมายสีฟ้าครับ
เครื่องหมายสีฟ้าในวงสีแดง หมายถึงว่าเราเลือกว่าให้หาอัตโนมัติแล้วครับ ถ้าหาสถานที่ไม่เจอจะมีสีเหลืองเล็กๆ ติดอยู่ด้วยแต่ผมหารูปไม่ได้แล้ว
อันนี้ก็แค่ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ครับ จะมีอีกโปรแกรมหนึ่งที่ผมใช้อยู่แล้วรองรับก็คือ MahTweets Twitter Client ที่หน้าตาคล้ายๆ Seesmic ที่เป็น Twitter Client หลักของผม แต่เหมือนว่า MahTweets มันยังไม่เสถียรเท่าที่ควรและบักเยอะมากก็เลยไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่
ความแม่นยำ ก็แม่นพอควรสำหรับ ADSL ตามบ้านและ Wi-Fi ทั่วๆ ไปนะครับ ถึงบางครั้งจะไม่ใช่ระดับกลางเครื่อง แต่อย่างมากก็อยู่ในพื้นที่ที่เราอยู่ช่วยเหลือตามหัวข้อหลักๆ ของการใช้ได้แล้ว แต่อยากไปเชื่อที่อยู่ที่ออกมาจาก Weather gadget นะครับ อันนั้นมันมีแค่บางพื้นที่ มันเอาสถานที่ที่ใกล้เราที่สุดมาขึ้นให้แทน แบบของผมที่ห่างกันหลายอำเภออยู่ แต่กับพวก Twitter client นี่แม่นระดับหลังคาบ้านเลย (อันตราย? แล้วแต่วิจารณญาณครับ เห็นคนใช้โทรศัพท์อัพพร้อมที่อยู่เยอะแยะเลย)
แล้วจะมีอะไรที่รองรับออกมาให้ใช้อีกไหม? ถ้าอ่านตามย่อหน้าแรกแล้วแน่นอนว่ามีครับ อาจจะมากมายอย่างที่คาดการณ์หรืออาจจะล้มเหลวก็ได้
แล้วความปลอดภัย? อันนี้ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองครับ เราเลือกเองว่าจะให้โปรแกรมไหนเข้าถึงได้บ้าง ตัวไหนไม่ไว้ใจก็อย่าใช้ แบบ Weather gadget นี่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้า MahTweets ที่ประกาศที่อยู่ของเราออกไปก็ถือเป็นความสมัครใจของเราเองทั้งนั้น คงเอาผิดใครไม่ได้ แต่หากเป็นโทรจันก็คงอีกเรื่องหนึ่ง
ดูได้มั้ยว่ามีโปรแกรมอะไรดูที่อยู่เราบ้าง? ได้แน่นอนครับ ก่อนอื่นเข้าไปที่ Location and Other Sensors แล้วมองแถบด้านซ้ายมือ คลิกที่ View location activity ก็จะเปิดหน้า Even Viewer มาให้ โดยอยู่ในหมวดของ Location Activity ก็จะมีบอกรายละเอียดต่างๆ ของการเข้าถึง Location sensors ครับ เราก็ดูว่ามีโปรแกรมแปลกปลอมโผล่มาบ้างรึเปล่าก็พอ
งานชิ้นนี้แก้ไขหลายรอบมาก ขออภัยคนที่อ่านตั้งแต่แรกๆ ด้วยนะครับ ผมเพิ่งสังเกตว่าภาพน้อยไปแล้วมันดูไม่น่าอ่านเลยไปไล่ถ่ายรูปมาอัดเข้าไปอีกเยอะเลย
ที่มา: Geosense for Windows
เพิ่มเติม: ไม่รู้ว่าผมจบห้วนไปหรือเปล่า ขอแนะนำด้วยครับ เกือบทุกบทความของผม ผมรู้สึกเหมือนว่าจบห้วนๆ ยังไงไม่รู้
ดาวแห่ง Blognone
หนึ่งปีครึ่งพอดีนับจากที่ Blognone เคยมี "ดาว" ให้กับผู้ที่ได้สิทธิ์ Writer ทุกท่านนอกเหนือไปจากสิทธิ์ในการเขียนข่าวขึ้นหน้าแรกได้ ทันที และสิทธิ์ในการนำข่าวท่านอื่นๆ ขึ้นหน้าแรก วันนี้ดาวกลับมาแล้วครับ
ปัญหาเดิมที่ดาวหายไปในก่อนนี้คือเราแก้จากภายในคอร์ แต่เนื่องจาก Drupal 6 มีระบบการแก้ไขที่ดีกว่าเดิมมาก ทำให้ระบบดาวจะไม่ (น่า) มีปัญหาอีกเมื่อมีการอัพเกรด Drupal ตามรอบเวลา
และนอกจากการนำดาวนักเขียนและดาวผู้ก่อตั้งกลับเข้ามาแล้ว ยังมีโลโก้ใหม่คือ Contributer สรุปมีดังนี้
- โลโก้ผู้ก่อตั้งจะมีเฉพาะผมกับ mk เท่านั้น
- โลโก้นักเขียน
- โลโก้ผู้มีส่วนร่วม จะได้เมื่อมีข่าวขึ้นหน้าแรก หรือช่วยเหลือ Blognone ในโอกาสต่างๆ
สำหรับ Writer นั้นจะได้รับโลโก้กันทุกคนทันทีครับ ส่วน Contributor นั้นจะเริ่มใหม่นับจากตอนนี้ไป
Blogger เพิ่มตัวช่วยออกแบบธีม
บริการ Blogger ของกูเกิลนั้นช่วงหลังๆ เงียบไปมาก แม้คนจะยังใช้เยอะอยู่แต่ในแง่ฟีเจอร์แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ล่าสุดกูเกิลได้เพิ่มฟีเจอร์ที่หลายๆ คนอาจคิดว่ามันมีตั้งนานแล้ว (แต่จริงๆ เพิ่งมี) นั่นคือ Blogger Template Designer หรือตัวช่วยปรับแต่งธีมของบล็อกนั่นเอง
ฟีเจอร์นี้ยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไป ต้องเข้าผ่าน Blogger in Draft ซึ่งเป็นเหมือน Blogger รุ่นทดสอบ เราสามารถใช้ Blogger Template Designer ปรับสี ภาพพื้นหลัง และโครงสร้างของบล็อกเราได้ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่น้อย ดูวิดีโอสาธิตการทำงานด้านใน
ไม่รู้ช่วงนี้กูเกิลเป็นอะไร อัพเดตฟีเจอร์และบริการใหม่ๆ เยอะมาก
ที่มา - Official Google Blog
[ข่าวลือ] iPhone OS 4.0 จะรองรับ Multi-tasking
เว็บไซต์ AppleInsider อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับแอปเปิลว่า บริษัทกำลังพัฒนาให้ iPhone OS 4.0 รองรับ multi-tasking หรือการทำงานแบบหลายโปรแกรมพร้อมกัน รายละเอียดของเรื่องนี้ยังมีไม่เยอะเท่าไรนัก แต่ว่า "อินเทอร์เฟซ" ในการสลับโปรแกรมนั้น จะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วใน Mac OS X (Dock? Expose?)
iPhone OS 3.x นั้นรองรับการทำงานแบบหลายโปรแกรมพร้อมกันอยู่แล้ว เพียงแต่จำกัดไว้ให้เฉพาะโปรแกรมจากแอปเปิลเองเท่านั้น
ที่มา - AppleInsider
เมื่อกูเกิลบอกได้ว่า สินค้าที่ค้นหามีในร้านแถวบ้านหรือไม่?
กูเกิลเพิ่มฟีเจอร์ของ Product Search เวอร์ชันบนมือถือ โดยเราสามารถค้นหาสินค้า แล้วดูว่าสินค้านั้นมีขายในร้านค้าใกล้บ้านหรือไม่ได้ด้วย
การทำงานจะเหมือนกับ Google Product Search ทุกประการ เพียงแต่ว่า ถ้าเราเปิดฟีเจอร์การระบุตำแหน่งของมือถือ และสินค้านั้นมีในสต็อก กูเกิลจะแสดงจุดสีฟ้าพร้อมคำว่า In stock nearby ให้เห็น (ภาพประกอบด้านใน)
ตอนนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมกับกูเกิลได้แก่ Best Buy, Sears, Williams-Sonoma, Pottery Barn และ West Elm แน่นอนว่าใช้ได้เฉพาะในสหรัฐเท่านั้น กูเกิลกำลังเปิดให้ร้านค้าอื่นๆ สมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้เช่นกัน
ที่มา - Google Mobile Blog
โซนี่เพิ่มหนังสือพิมพ์-นิตยสารให้เจ้าของ Sony Reader ได้เลือกซื้อ
สงครามหนังสือพิมพ์-นิตยสารบนเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อโซนี่ประกาศว่า เจ้าของ Sony Reader สามารถซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังของสหรัฐได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ใน Reader Store มีหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังประมาณ 5-6 หัว แต่ตอนนี้ขยายเป็น 20 และกำลังจะตามมาอีกไม่น้อย รายชื่อหนังสือดูได้ด้านใน
คู่แข่งอย่าง Kindle นั้นมีบริการลักษณะนี้มาก่อนแล้ว (หนังสือพิมพ์, นิตยสาร) ส่วน iPad iBookstore ก็มีข่าวว่าจะมีหนังสือพิมพ์ขายในลักษณะเดียวกัน
ที่มา - Sony
ซื้อได้แล้ววันนี้
- All Things Digital
- Chicago Tribune
- Financial Times
- Foreign Affairs
- International Herald Tribune
- Los Angeles Times
- MarketWatch Today
- New York Post
- National Review
- PC Magazine
- Reason
- San Jose Mercury News
- The Baltimore Sun
- The Boston Globe
- The Columbus Dispatch
- The Dallas Morning News
- The Denver Post
- The Nation
- The New York Observer
- The New York Times
- The Salt Lake Tribune
- The Wall Street Journal
- The Washington Times
จะตามมาในเร็วๆ นี้
- Barron's
- China International Business
- Contra Costa Times
- Oakland Tribune
- Orlando Sentinel
- Newsday
- Popular Science Special Editions
- The Providence Journal
- The San Diego Union-Tribune
- The American Scholar
- The Asahi Shimbun
- The Christian Science Monitor
- The Guardian
- The Hartford Courant
- The Mainichi Daily News
- The New York Review of Books
- The Wall Street Journal Plus
เปรียบมวย Flash vs HTML5 วัดกันจะๆ ด้วยวิดีโอเดียวกันบน YouTube
ประเด็นการถกเถียงเรื่อง "Flash กินซีพียู HTML5 ดีกว่า" ยังไม่จบไม่สิ้น คราวก่อน Adobe ขอเถียง "Flash ไม่ได้กินแรงซีพียูมากกว่า" แต่อาจมีสาวกบางค่ายเถียงว่า "เบนช์มาร์คไม่เป็นกลาง" (ฮา) คราวนี้ลองมาดูเบนช์มาร์คจากผู้ทดสอบอิสระ ที่ทดสอบด้วยวิดีโอเดียวกันบน YouTube ให้รู้กันไปเลย
ผู้ทดสอบคือคุณ Jan Ozer ใช้วิดีโอ Rosie tackles the new HP Z800 บน YouTube ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันที่เป็น Flash และ HTML5 (ใช้ codec H.264) โดยทดสอบบนเบราว์เซอร์ 4 ตัวคือ Safari, Chrome, Firefox, IE ทั้งบนแมคและวินโดวส์ ในกรณีของ Flash นั้นใช้ทั้ง Flash Player 10.0 และ 10.1
การทดสอบครั้งนี้เขาดูอัตราการใช้งานซีพียูระหว่างเล่นวิดีโอ ใช้คอมพิวเตอร์อีกเครื่องเป็นตัววัด และวัดทั้งหมด 29 ครั้งตลอดการเล่นวิดีโอ จากนั้นจึงนำมาหาค่าเฉลี่ย อ่านวิธีการทดสอบอย่างละเอียดได้จากลิงก์ที่มา
เนื่องจาก YouTube ภาค HTML5 ใช้ codec H.264 ซึ่งมีแค่ Safari กับ Chrome เท่านั้นที่รองรับ (จริงๆ แล้วเฉพาะ Safari รุ่นบนแมคด้วย)
ผลการทดสอบบนแมค
- Safari/HTML5 - กินซีพียู 12.39%
- Safari/Flash 10.1 - กิน 32.07%
- Chrome/HTML5 - กิน 49.89%
- Chrome/Flash 10.1 - กิน 49.79%
- Firefox/Flash 10.1 - กิน 42.07%
สรุปว่า Chrome บนแมคนั้นยังมีปัญหาด้านประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะใช้อะไรเล่นวิดีโอ ส่วนเบราว์เซอร์ที่ดีที่สุดคือ Safari โดยเฉพาะเล่น HTML5 กินซีพียูเพียง 12.39% เท่านั้น
บน Safari นั้นเห็นชัดเจนว่า วิดีโอตัวเดียวกัน ใช้ HTML5 เล่นแล้วดีกว่าเกือบสามเท่าตัว ในขณะที่ Chrome แทบไม่ต่างกันระหว่างเทคโนโลยีสองตัว
ผมไม่ได้ลงตัวเลขของ Flash 10.0 ด้วย ตามไปอ่านกันเอง แต่บน Safari นั้น Flash 10.1 ดีกว่า 14% ในขณะที่บน Firefox กลับแย่กว่าเดิม 5%
คนของ Adobe ให้ความเห็นว่า Flash 10.1 บน Safari นั้นใช้ Core Animation ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น ในขณะที่ Firefox นั้นแย่ลง เพราะ Flash ใช้ Quartz 2D แทน QuickDraw เดิมในการวาดหน้าจอ อาจแปลว่าระบบใหม่ยังไม่เข้าที่มากนัก
ผลการทดสอบบนวินโดวส์
- Safari/HTML5 - เล่นไม่ได้
- Safari/Flash 10.1 - กิน 7.43%
- Chrome/HTML5 - กิน 25.66%
- Chrome/Flash 10.1 - กิน 10.73%
- Firefox/Flash 10.1 - กิน 6%
- IE/Flash 10.1 - กิน 14.62%
บนวินโดวส์นั้น Flash 10.1 ดีกว่า Flash 10.0 มากบนทุกเบราว์เซอร์ กรณีของ Firefox นั้นประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 73% (เดิมกินซีพียู 22% ลงมาเหลือ 6%)
ส่วนการเทียบ HTML5 vs Flash ทำได้บน Chrome เพียงตัวเดียวเท่านั้น ผลกลับกับบนแมค เพราะ Flash 10.1 บน Chrome ได้ประสิทธิภาพดีกว่า HTML5 บน Chrome ถึง 1.5 เท่า
คนของ Adobe อธิบายว่า การที่ Flash 10.1 บนวินโดวส์มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน เป็นเพราะว่า Flash รุ่นวินโดวส์สามารถใช้ GPU ช่วยเร่งประสิทธิภาพได้ ในขณะที่บนแมคยังทำไม่ได้ เพราะแอปเปิลไม่อนุญาตให้ Adobe เข้าถึงความสามารถนี้
สรุปว่า
- Flash กับ HTML5 ยังผลัดกันแพ้ชนะ
- HTML5 ยังมีปัญหาเรื่อง codec ที่ไม่จบง่ายๆ และถ้าไม่แก้ มันจะเล่นไม่ได้บนทุกเบราว์เซอร์ กลายเป็นจุดอ่อน
- Flash 10.1 บนวินโดวส์ดีกว่า 10.0 มาก ออกเมื่อไร ควรรีบอัพเกรดโดยด่วน
- Flash 10.1 บนแมค ยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะการเมืองของแอปเปิลกับ Adobe
ที่มา - Streaming Learning Center, ReadWriteWeb
โซนี่-ซัมซุง เผยราคาทีวี 3 มิติ "แพงระยับ"
ในช่วงต้นปี 2010 กระแสของ Avatar ทำให้งาน CES 2010 เต็มไปด้วยทีวีที่แสดงภาพสามมิติได้ ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ที่เคยโชว์ใน CES ใกล้ได้ฤกษ์วางขายจริง แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ "ราคา" ที่ไม่ธรรมดา
ทีวีสามมิติรุ่นที่ถูกที่สุดของซัมซุงคือ UN40C7000 หน้าจอ 40" เริ่มต้นที่ 1,999 ดอลลาร์ (65,000 บาท) แต่ทีวีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเครื่องเล่น Blu-ray สามมิติ เริ่มต้นที่ 399.99 ดอลลาร์ และถ้ายังไม่มีระบบโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน จะโดนอีก 899.99 ดอลลาร์ สงสัยซัมซุงคงเห็นว่าราคาทีวี+เครื่องเล่นที่ 2,400 ดอลลาร์ (80,000 บาท) จะแพงไปสำหรับลูกค้า เลยแถมแว่นสามมิติให้ 2 อัน และแผ่นหนัง Monsters vs Aliens ฉบับสามมิติให้ไปลองเครื่อง
ฝั่งโซนี่เริ่มประกาศราคาระบบทีวีสามมิติที่ญี่ปุ่นแล้วเช่นกัน รุ่นถูกที่สุดคือ KDL-40HX800 หน้าจอ 40" ราคา 2,450 ดอลลาร์ ไม่แถมแว่นสามมิติ ต้องจ่ายเพิ่มอีกคู่ละ 140 ดอลลาร์ และยังมีอุปกรณ์ "3D synchro transmitter" ที่ช่วยการันตีว่าภาพบนแว่นออกเป็นสามมิติแน่นอนอีก 60 ดอลลาร์ ข้อมูลจากฝั่งโซนี่ไม่มีราคาเครื่องเล่น Blu-ray สามมิติครับ
ที่มา - BetaNews, CrunchGear
