Skip to main content

ข่าวที่ดึงมา

ซัมซุงกำลังพัฒนา Slate PC ออกขายปลายปี

Blognone - 1 ชั่วโมง 22 minก่อน

Philip Newton ผู้บริหารของซัมซุงประเทศออสเตรเลีย กล่าวในงาน Samsung Forum ที่สิงคโปร์ว่า ซัมซุงกำลังพัฒนา Slate PC อยู่เช่นกัน

เขาพูดถึง iPad ว่าเป็นรูปแบบของคอมพิวเตอร์ที่มีอนาคต แต่มันขาดพลังประมวลผล และการเชื่อมต่อ (ต้นฉบับใช้ว่า connectivity ผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไรกันแน่) และเขายกตัวอย่างว่า Atom มีพลังประมวลผลสูงกว่า ARM ที่ iPad ใช้

Emmanuele Silanesu ผู้บริหารอีกคนของซัมซุงบอกว่า Slate PC จะออกวางขายในครึ่งหลังของปีนี้ และเขาบอกว่ามันจะกลายเป็น "อุปกรณ์หลัก" (primary device) ของผู้ใช้เลย

ที่มา - APC

Android Market มีโปรแกรมเกิน 30,000 ตัวแล้ว

Blognone - 1 ชั่วโมง 29 minก่อน

ตัวแทนของกูเกิลได้แจ้งว่ามีโปรแกรมใน Android Market ทั้งหมดเกิน 30,000 ตัวแล้ว

ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับ iPhone App Store ที่มีโปรแกรมถึง 140,000 ตัว (ข้อมูลเดือนมกราคม 2010) แต่ความน่าสนใจอยู่ที่อัตราการเติบโตของ Android Market ครับ เพราะเมื่อสามเดือนก่อน มันเพิ่งมีโปรแกรมเพียง 16,000 ตัวเท่านั้น

สถิติของเว็บไซต์ AndroLib บอกว่า สัดส่วนของโปรแกรมฟรีกับโปรแกรมจ่ายเงินคือ 2:1

ที่มา - MobileCrunch

WP7: ไม่มี Copy & Paste, ต้องลงโปรแกรมผ่าน Marketplace เท่านั้น

Blognone - 6 hours 55 minก่อน

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Windows Phone 7 จากงาน MIX 2010

ทีมงานของไมโครซอฟท์ได้ตอบคำถามบนเวทีว่า "Windows Phone 7 จะไม่มีระบบคลิปบอร์ด" (แปลว่าไม่มี Copy & Paste) อันนี้คงเป็นประเด็นถกเถียงไปอีกพักใหญ่เหมือนกับ iPhone - Engadget

ในงานนี้ไมโครซอฟท์ยังโชว์ Windows Marketplace ซึ่งมีอินเทอร์เฟซที่เข้าชุดกับโปรแกรมอื่นๆ ของ Windows Phone 7 แล้ว มันรวมข้อดีของ iPhone App Store กับ Android Marketplace เข้าด้วยกัน มีฟีเจอร์ที่ก้าวหน้าอย่างระบบทดลองใช้โปรแกรม, โฆษณาภายในโปรแกรม, ลงบิลค่าโปรแกรมกับผู้ให้บริการเครือข่าย, ซื้อโปรแกรมได้จากทั้งมือถือและ Zune Desktop, มีร้านเฉพาะสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย

การซื้อโปรแกรมใช้เงินสดผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น ไม่มีระบบซื้อด้วยแต้ม และผู้ใช้ Windows Phone 7 ต้องติดตั้งโปรแกรมผ่าน Marketplace เท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น (ผู้ใช้องค์กรอาจติดตั้งด้วยวิธีอื่นได้ในอนาคต)

ที่มา - Engadget

IE9 ความหวังครั้งใหม่ของไมโครซอฟท์ (อีกครั้ง)

Blognone - 12 hours 29 minก่อน

ไมโครซอฟท์เผยรายละเอียดตัวโครงร่างล่าสุดของ IE9 ออกมาวันนี้พร้อมๆ กับเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ทดสอบและทดลองใช้เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาที่ IE9 Demos

โดยสิ่งที่เป็นแกนหลักของระบบนั้น ดูเหมือนจะถูกยกเครื่องใหม่ต่างจากหนก่อนๆ ที่ยังเหลือของเก่ามาทุกครั้งแต่หนนี้เหมือนจะตาสว่าง รู้จักยกเครื่องไม่สืบทอดมรดกแบบครั้งก่อนๆ โดยพอสรุปดังนี้

  • สนับสนุน HTML5 ในส่วนของ H.264 video และ MP3/AAC codecs พร้อมทั้งสนับสนุน SVG และ CSS3
  • JavaScript Engine ตัวใหม่ แต่ผลทดสอบใน Acid3 ตัว IE9 กลับทำคะแนนได้ห่วยมาก เพียง 55/100 เท่านั้นได้แต่หวังว่าตัวเต็มจะดีกว่านี้มากๆ ในส่วนนี้ไม่งั้นคงเสียเปรียบเจ้าอื่นๆ
  • เร่งพลังด้วย 2D Acceleration มาหนนี้ตัว IE9 จะใช้พลังจากตัวการ์ดจอมาช่วยในการเรนเดอร์หน้าเว็บให้เร็วขึ้น ผ่านชุดคำสั่ง Direct2D

สำหรับรายละเอียดอย่างละเอียดท่านสามารถอ่านได้ที่ Release Notes ครับเพราะทั้ง HTML5 และ JavaScript Engine มีหลายส่วนที่ IE9 ยังไม่รองรับในตอนนี้ครับ โดยส่วนตัวคิดว่างานนี้คงช่วยให้ IE โดนด่ารึ "อะไรๆ ก็ IE ผิด" ลงได้บ้าง (รึเปล่า?)

ที่มา: Gizmodo

Creating An NFS-Like Standalone Storage Server With GlusterFS On CentOS 5.4

Howtoforge - อังคาร, 03/16/2010 - 16:45

Creating An NFS-Like Standalone Storage Server With GlusterFS On CentOS 5.4

This tutorial shows how to set up a standalone storage server on CentOS 5.4. Instead of NFS, I will use GlusterFS here. The client system will be able to access the storage as if it was a local filesystem. GlusterFS is a clustered file-system capable of scaling to several peta-bytes. It aggregates various storage bricks over Infiniband RDMA or TCP/IP interconnect into one large parallel network file system. Storage bricks can be made of any commodity hardware such as x86_64 servers with SATA-II RAID and Infiniband HBA.

BIND Installation On CentOS

Howtoforge - อังคาร, 03/16/2010 - 14:29

BIND Installation On CentOS

BIND is alternative software for translating domain names into IP addresses. Because domain names are alphabetic, they are easier to remember. So if we will browse the Internet we don’t need to remember IP addresses. For example, the domain name www.yourdomain.com might translate to 192.168.0.1.

74 วันแรก Motorola Droid ขายดีกว่า iPhone (Nexus One โดนทิ้งไกล)

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 13:33

ตอนที่ iPhone เครื่องแรกออกวางขาย มันใช้เวลา 74 วันในการขายให้ได้ 1 ล้านเครื่อง

ถ้าให้เวลา 74 วันเท่ากัน Motorola Droid ขายได้เท่าไร? คำตอบคือ 1.05 ล้านเครื่องครับ

ตัวเลขนี้ประมาณการณ์โดยบริษัทวิจัย Flurry ซึ่งได้สถิติมาจากแอพพลิเคชันบน iPhone/Droid แล้วใช้สูตรคำนวณออกมา ทาง Flurry ได้ให้คำอธิบายที่ Droid ขายดีกว่า iPhone ไว้สามข้อ

  1. มุมมองของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะ iPhone ออกขายก่อน 2 ปีครึ่ง คนยังไม่รู้ว่าสมาร์ทโฟนคืออะไรก็มาก
  2. Droid ขายกับเครือข่าย Verizon เครือข่ายอันดับหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งมีฐานลูกค้ามากกว่า AT&T ที่แอปเปิลเลือก
  3. วันที่วางขาย Droid เริ่มขายในช่วงวันหยุดยาวของสหรัฐ ซึ่งคนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่า

ส่วน Nexus One ใช้เวลา 74 วันเท่ากัน ขายได้เพียง 135,000 เครื่องเท่านั้น เรียกว่าโดนทิ้งไกลสุดกู่

ที่มา - Flurry, MobileCrunch

ภาพมือถือต้นแบบ Windows Phone 7 สามเครื่องแรก

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 13:22

ขยายความเพิ่มจาก ตอบทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับ Windows Phone 7 จากงาน MIX 2010

นอกจากมือถือต้นแบบของ Samsung แล้ว ในงาน MIX 2010 ไมโครซอฟท์ยังได้โชว์มือถือต้นแบบอีกสองตัว จาก LG และ ASUS ครับ

นอกจากภาพสามภาพแล้ว ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับมือถือทั้งสามตัวนี้ ที่เรารู้มีแต่สเปกขั้นต่ำของมือถือที่จะเป็น Windows Phone 7 Series เท่านั้น เช่น ต้องมีกล้อง 5MP พร้อมแฟลช มีแรมอย่างน้อย 256MB เป็นต้น

ที่มา - Engadget

มือถือสไลด์ข้างจาก LG

มือถือทรงแท่งจาก Samsung

มือถือไม่แปะแบรนด์ ผลิตโดย ASUS

ตอบทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับ Windows Phone 7 จากงาน MIX 2010

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 08:40

ผ่านไปแล้วเป็นเวลาหนึ่งเดือน หลังจากที่ Microsoft ทำการเปิดตัว Windows Phone 7 Series ขึ้น พร้อมกับทิ้งกระแสคำถามหลายๆ อย่างไว้ให้เรารู้สึกค้างคา ในวันนี้ Gizmodo รายงานสดจากงาน Microsoft MIX 2010 โดยเฉพาะ เพื่อมาตอบคำถามที่ยังคงเป็นปริศนาหลายๆ อย่างให้แก่ท่านผู้ชมได้รับชม

จะมี Multitasking ไหม? มีตัวอย่างของเกมส์แบบ Cross-Platform รึเปล่า? แล้ว WinMo 6.x ไปอยู่ที่ไหนซะหล่ะ? มันยังมีการพัฒนาต่อไหม? (อะไรคือ "Classic" กับ "Starter Edition"?), แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ Zune? จะมีฮาร์ดแวร์ออกมาอีกไหม? 3 รุ่นปริศนา นั้นคืออะไร? ทำไมนักพัฒนาถึงได้รู้สึกกังวลใจ?

ท่านทั้งหลาย.. ชั่วโมงนี้เป็นของเราแล้ว เราจะอธิบายคำตอบเหล่านี้ให้แก่ท่านได้รับชม มีคำตอบอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียวหล่ะ..

คุณสมบัติใหม่

แว่บแรกที่เราได้สัมผัส Windows Phone 7 Series เราอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเจ้า OS ที่หน้าตาเหมือน Zune นี้ จะทำงานอย่างไร แต่นี่คือฟีเจอร์ต่างๆ ที่ Microsoft ได้พัฒนาขึ้นและประกาศออกมาในวันนี้

  • บริการแจ้งเตือน (Push Notification Service): ซึ่งเรียกกันว่า "Microsoft Notification Service" ฟังดูแล้วรู้สึกแย่เหมือน Push Notification System ที่มาจากทาง Apple ยังไงชอบกล แต่นี่อาจสื่อความหมายถึง Multitasking ของระบบ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่มีอยู่เลยจริงๆ ก็ได้.. ถึงอย่างไรก็ตามจากภาพที่เห็นอยู่ด้านบน ดูเหมือน Microsoft เลือกที่จะใช้แจ้งเตือนแบบป๊อปอัพ ซึ่งปรากฏอยู่ใน Tray ด้านบนสุดของจอ และมีหน้าตาน่าเกลียดกว่าป๊อปอัพที่ใช้อยู่บน iPhone ซะอีก
  • บริการเกี่ยวกับตำแหน่ง (Microsoft Location Service): เป็นบริการเกี่ยวกับการให้ข้อมูลของสถานที่ต่างๆ ผ่านทาง Bing ซึ่ง Bing จะติดตัวคุณไปยังทุกๆ ที่ (Bing Everywhere)
  • Silverlight, Silverlight, Silverlight: Apps บน Windows Phone 7 ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาขึ้นบน Silverlight ซึ่งเดิมทีเราอาจจะเคยรู้จักมันในฐานะปลั๊กอิน ซึ่งถูกใช้งานเพียงครั้งเดียวสำหรับการรับชมโอลิมปิก แต่ทว่ามันยังสามารถนำมาใช้สร้าง Apps สำคัญต่างๆ ได้อีกมาก นอกจากจะใช้งานมันเป็นเพียงแค่วีดีโอเพลย์เยอร์
  • เครื่องมือในการพัฒนาจะถูกแจกจ่ายฟรี: ทูลในการพัฒนา Apps สำหรับ Windows Phone 7 บน Visual Studio และ Microsoft Expression Blend (สำหรับพัฒนา UI) สามารถดาวน์โหลดได้ไปแบบฟรีๆ
  • นักพัฒนา Apps สามารถลงมือได้แล้ววันนี้: โดยทูลต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้จาก developer.windowsphone.com เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ว่าจะมีโทรศัพท์หรือไม่ เนื่องจากภายในประกอบไปด้วยอีมูเลเตอร์สำหรับรันบนพีซี นอกจากนี้ นักพัฒนาระบบยังสามารถใช้งานอินพุทแบบทัชสกรีนได้อีกด้วย (แต่แน่นอนว่าต้องใช้จอภาพแบบทัชสกรีนด้วยเช่นเดียวกัน)
  • ไม่มีระบบสนับสนุนสำหรับนักพัฒนาชาว Mac: แน่นอน ถูกต้องอยู่แล้ว.. นั่นก็เพราะว่าพวกเขาไม่ได้พัฒนาระบบบน Mac
The Marketplace

เดือนที่ผ่านมาเรายังไม่ค่อยทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Windows Phone Marketplace มากนัก แต่วันนี้ Microsoft ได้เปิดเผยมันออกมาแล้ว

  • มีความเป็น Panoramic: ซึ่งมีส่วนที่เหมือนกับ Windows Phone 7 โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนหน้าจอและซูมเข้าออกได้ เช่นเดียวกับการใช้งานระบบทั่วไปของ Windows Phone 7
  • มีตัวเลือกในการเลือกซื้อ Apps: ประกอบไปด้วย การจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวผ่านทางเครดิตการ์ด, แจ้งยอดชำระ Apps ผ่านทางโอเปอร์เรเตอร์, หรือเลือกใช้งาน Apps แบบมีโฆษณาติดไปด้วย (Ad-Supported Apps)
  • แอพพลิเคชันทดลองใช้ (App Trials): Microsoft ต้องการให้นักพัฒนายินยอมให้ผู้ใช้ สามารถทดลองใช้ Apps ต่างๆ ได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งผลดีก็จะตกไปอยู่ที่ผู้ใช้ และยังสามารถลดความกลัวของผู้ซื้อ ต่อนักพัฒนาที่ไม่มีชื่อเสียงมากนักได้
    เพิ่มเติม: อาจจะไม่ได้เป็น Requirement ไปซะแล้ว แต่ข้อกำหนดนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงออปชัน สำหรับนักพัฒนาแต่เพียงเท่านั้น..
  • โปรแกรม Zune Client: ผู้ใช้สามารถท่องไปยัง Zune Marketplace ได้ ผ่านทางโปรแกรม Client ของ Zune เช่นเดียวกับที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึง App Store ได้ ผ่านทางโปรแกรม iTunes ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ Windows Phone 7 นั้นมีความแตกต่างจาก Android และ webOS มากยิ่งขึ้น โดยการจำกัดการติดตั้ง Apps ต่างๆ ลงไปในยังอุปกรณ์ และโปรแกรม Zune นั้นสามารถรันได้เฉพาะบน Windows เท่านั้น นั่นหมายความว่า นอกจากเราจะไม่สามารถติดตั้ง Apps ใดๆ ตามใจชอบได้จาก Desktop แล้ว เรายังไม่สามารถทำการซิงค์ข้อมูลอื่นๆ ผ่านทาง USB ได้อีกด้วย นอกจากใช้ในการรับส่ง ไฟล์เพลง วิดีโอ และรูปภาพ ซึ่งก็ต้องทำผ่านทางโปรแกรม Zune อีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังไม่สามารถเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลในรูปแบบของ Mass Storage ได้อีกด้วย, ในอีกมุมมองนึง นั่นหมายความว่า Windows Phone 7 อาจไม่สามารถใช้ฟังเพลงหรือรับชมวิดีโอใดๆ ได้เลย ถ้าหากผู้ใช้ไม่มี PC ไว้ในครอบครอง
  • Multitasking: เรื่องนี้พูดถึงกันอยู่เป็นประจำ และกลายเป็นว่ามันก็ไม่มีอยู่จริงๆ เหลือเพียงแต่เงื่อนไขบางอย่างสำหรับการใช้งาน Multitasking เช่นการฟังเพลง ซึ่งนี่เป็นสิ่งเดียวที่ Microsoft พูดถึงอยู่ในขณะนี้ และ Apps ประเภท Pandora ก็อาจจะไม่สามารถใช้งาน Multitasking ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยเช่นเดียวกัน (เช่น เราอาจจะไม่สามารถรันโปรแกรมอย่าง Skype หรือ Twitter Client ทิ้งไว้ แล้วซ่อนไว้ในแบคกราวด์ได้)
    เพิ่มเติม: อาจเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ Microsoft ไม่ทำการสนับสนุนระบบ Multitasking อีกต่อไป อาจเนื่องมาจากเหตุผลด้านอายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ ซึ่งอาจจะต้องมีการใช้ไฟที่สูงขึ้นกว่าเดิม หากระบบมีการประมวลผลโพรเซสหลายๆตัวอยู่บนแบคกราวด์
  • หน้าจอจะมีความละเอียดเพียงสองรูปแบบเท่านั้น: ซึ่งต่อไปนี้ Microsoft จะยินยอมให้มีการแสดงผลที่ความละเอียดเพียงสองรูปแบบ ได้แก่ความละเอียดที่ 800x480 WVGA ซึ่งเราได้เคยพบเห็นไปแล้วใน Windows Phone 7 รุ่นต้นแบบ และอีกความละเอียดหนึ่งที่ 480x320 HVGA สำหรับ Windows Phone 7 Handsets ดังนั้นนักพัฒนาโปรแกรมจะต้องพัฒนารูปแบบการแสดงผล ที่สามารถแสดงผลได้ถึงสองชนิด เพื่อให้เกิดความสะดวกและความเรียบง่ายในการใช้งาน
  • Apps สำหรับ Windows Mobile 6.x จะไม่สามารถใช้งานได้: Scott Guthrie ได้ออกมายืนยันแล้วว่า Apps สำหรับ Windows Mobile 6.x จะต้องทำการพอร์ตเข้ามาก่อน ถึงจะสามารถใช้งานได้ และนี่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดายนัก เช่น อาจจำเป็นจะต้องมีการยกเครื่องอินเตอร์เฟซใหม่ทั้งหมด หรือทำการปรับปรุงในส่วนของคอร์ .NET เพื่อให้สามารถรันข้ามแพลตฟอร์มหนึ่งไปยังอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่งานง่ายอยู่แล้วสำหรับการพัฒนา Apps ข้ามแพลตฟอร์ม
Apps ในช่วงแรก

และนี่ก็คือรายชื่อของพาร์ทเนอร์ระดับบิ๊กเนม ซึ่งถูกเปิดเผยออกมาในช่วงยกแรก (ผมขอทำตัวหนาสำหรับบริษัทเกมส์รายใหญ่นะครับ)

AWS Convergence Technologies ?
WeatherBug
Citrix Systems Inc.
Clarity Consulting Inc.
Cypress Consulting
EA Mobile.
Fandango Inc.
Foursquare Labs Inc.
frog design inc.
Glu Mobile Inc.
Graphic.ly
Hudson Entertainment Inc.
IdentityMine Inc.
IMDb.com Inc.
Larva Labs
Match.com LLC
Matchbox Mobile Ltd.
Microsoft Game Studios
Namco Networks America Inc.
Oberon Media Inc.
Pageonce Inc.
Pandora Media Inc.
Photobucket Inc.
PopCap Games Inc.
Seesmic
Shazam Entertainment Ltd.
Sling Media
SPB Software Inc.
stimulant
TeleCommunications Systems Inc.
Touchality LLC and Vertigo Software Inc.

ในช่วงนี้ เราก็คงได้แต่มองดู Apps ต่างๆ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะบน Windows Phone 7 ซึ่งโดยรวมแล้วก็มีหน้าตาที่สวยงามน่าประทับใจเลยทีเดียว


และที่เห็นนี้ ก็คือพรีวิวเหล่าบรรดา Apps ต่างๆ ในช่วงแรกของการพัฒนาบน Windows Phone 7 ซึ่งได้มีการผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้บรรดา Apps ต่างๆ ยังสามารถเพิ่มเติมการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติได้อีกด้วย เช่น การนำเสนอภาพประกอบข่าวในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งนี่จะเป็นการก้าวกระโดดอีกขั้น สู่ยุคต่อไปของการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร

ลองมาดู Apps อื่นๆ กันต่อ อย่างโปรแกรม Hush Hush ด้านล่างนี้ เราจะเห็นว่า Microsoft นั้นได้อนุญาติให้มีการพัฒนาแอพพลิเคชันอินเตอร์เฟซในรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากอินเตอร์เฟซมาตรฐานที่ใช้ใน Zune หรือ Windows Phone 7 แบบทั่วๆ ไปได้อีกด้วย

การที่ Apps ต่างๆ ของ Windows Phone 7 นั้น ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาขึ้นบน Silverlight นั่นหมายความว่าเราสามารถนำไลบรารี่ของ Silverlight มาพัฒนาต่อยอด เพื่อให้สามารถใช้งานบน Windows Phone 7 ได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยที่นักพัฒนาสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ตัวอย่างใกล้ๆ ตัวเช่น Netflix (แต่จากรูปที่เห็นอยู่ในขณะนี้ อาจจะไม่มีสาระสำคัญอะไรมากมายนักจนกว่าเราจะได้เห็นของจริง)


คอมเมนท์เพิ่มเติมจากผู้แปล: Netflix เป็นบริการเช่าหนังดีวีดีแนวใหม่ของอเมริกาครับ มีแนวคิดแบบไม่ต้องมีการคืนหนัง ไม่มีค่าปรับ เช่ากี่เรื่องก็ได้ไม่จำกัด(แต่ครั้งละไม่เกิน 3 เรื่อง ถ้าจะเช่าอีกก็คืนเรื่องเดิมก่อน) และก็ให้บริการเช่าผ่านระบบออนไลน์ ข้อมูลเพิ่มเติมของ Netflix ซึ่ง Netflix ที่จะให้บริการใน Windows Phone 7 นั้น จะเป็นการให้บริการเช่าหนังโดยผ่านการสตรีมมิ่งบนเครื่อข่าย 3G ครับ

เกมส์

อย่างที่เราทราบรายละเอียดบางส่วนมาก่อนหน้านี้ ซึ่งตัว Windows Phone 7 นั้น มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมพอสำหรับการเล่นเกมส์ ปัจจัยสำคัญไม่เพียงแต่การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของตัวแพลตฟอร์มแล้ว (ซึ่งทำให้ฮาร์ดแวร์ของ iPhone กลายเป็นเต่าไปโดยปริยาย) ยังมีการผนวกระบบเข้ากับบริการของ Xbox Live เข้าไปอีกด้วย ซึ่ง Joe Belfiore ได้ทำการสาธิตตัวอย่างเกมส์สั้นๆ ให้พวกเราได้เห็นจากวิดีโอที่อยู่ด้านบนนี้

นอกจากนี้ ในตอนท้ายของ Keynote ทาง Microsoft ได้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาให้ความสำคัญต่อบรรดา Apps ต่างๆ บน Windows Phone 7 เป็นอย่างมาก ซึ่งพวกเขาได้ตัดสินใจละทิ้งบรรดา Apps ต่างๆ บน WM6.X ออกไปทั้งหมด เพื่อให้เกิดการควบคุมคุณภาพบน Windows Phone 7 แต่อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมได้ นั่นคือผู้ซื้อ ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือก Windows Phone 7 Series ซึ่งไม่ช้าก็เร็วคำตอบนี้ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้า

และสุดท้าย..

คอมเมนท์เพิ่มเติมจากผู้แปล: จากรูปนี้ก็คงจะชัดเจนว่า Samsung ก็ได้โดดเข้ามาร่วมวง Windows Phone 7 Series นี้ด้วยเช่นกัน..

งานนี้เห็นได้ชัดว่า Microsoft ไม่ได้รีบร้อนที่จะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง หลังจากที่ปกปิดมันไว้และนำมาเผยสู่สาธารณชนในงาน Mobile World Congress และนี่ก็คือเรื่องราวของทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้...

เพิ่มเติม:

ที่มา: Gizmodo

Hi5 ไม่ยอมแพ้ ขอสู้ด้วยเกมส์

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 07:39

จากตัวเลขเว็บที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองไทยนั้น Facebook ก็แซง Hi5 ได้เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม โดยยอดสมาชิกของ Hi5 จากทั่วโลกปัจจุบันมีอยู่ 47 ล้านคน ลดลงจากปีที่แล้วถึง 22% ซึ่งนอกจากเรื่องของการใช้งานที่ Hi5 ดูจะด้อยกว่าแล้ว (หลายคนมีไว้เม้นอย่างเดียว) อีกส่วนที่ต้องยอมรับคือโปรแกรมเสริมที่มีมาให้ใช้นั้น มีจำนวนและความน่าสนใจด้อยกว่า Facebook มากโดยเฉพาะเกมส์

ล่าสุด Hi5 ได้ประกาศปรับนโยบายของตัวเองใหม่โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

  • เริ่มจากทีมบริหาร ที่ได้ Alex St. John อดีตพนักงานฝ่ายพัฒนาเกมส์ของไมโครซอฟท์ ปรับนโยบายที่จะเน้นเป็นศูนย์กลางเกมส์บน Social Network
  • ออก Developer Program ช่วยนักพัฒนาโปรแกรม
  • ปรับปรุง API ชุดใหม่ที่สามารถนำเกมส์ที่เขียนให้ทำงานบน Facebook มาใช้บน Hi5 ได้เลย
  • สามารถใช้ Hi5Coins (ค่าเงินใน Hi5) มาใช้กับโปรแกรมของตัวเองได้เลย ทำให้แต่ละโปรแกรมไม่ต้องคอยจัดการปัญหาเรื่องการเก็บค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้
  • ประกาศซื้อ Big Six บริษัทที่พัฒนาเกมส์บน Social Network

Business Week ให้ความเห็นว่า นอกจาก Zynga ที่รวยไม่รู้เรื่องจาก Facebook แล้ว นักพัฒนาเกมส์รายอื่นๆ เริ่มจะพบปัญหาว่าพวกเขาไม่สามารถทำรายได้เยอะอย่างที่หวัง และเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ

ที่มา - Business Week, GameZebo

รู้จักกับ Gowalla บริการ Location-Based คู่แข่งของ Foursquare

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 05:54

ถ้าปีที่แล้วเป็นปีทองของ Twitter เค้าคาดการณ์กันว่าปี 2010 นี้จะเป็นปีทองของบริการที่เรียกว่า location-based service (LBS) เพราะเทร็นด์เริ่มพุ่งขึ้นในลักษณะเดียวกับ Facebook และ Twitter ที่โตมาก่อนหน้า

ตามนิยามแบบกว้างๆ แล้ว LBS จะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่มีเรื่องพิกัดและตำแหน่งมาเกี่ยวข้อง เช่น กูเกิลบอก ได้ว่า สินค้าที่ค้นหามีในร้านแถวบ้านหรือไม่? แต่ LBS ที่ได้รับความนิยมสูงในช่วงนี้คือกลุ่มที่เรียกว่า location-based social network หรือการเอา social network มาผสมกับ location-based นั่นเอง

ในขณะที่ Twitter ตอนเริ่มโตนั้นนำเดี่ยวมาแบบม้วนเดียวจบ ชนิดที่เรียกได้ว่าไร้คู่แข่ง (มีบ้างแต่ไม่มีนัยยะสำคัญ) แต่ location-based social network มีผู้เล่นในตลาดเป็นหลักสิบ ซึ่งรวมไปถึง Twitter, Facebook และ Google Latitude ด้วย

ผู้นำที่โดดเด่นในตลาดมีอยู่ 2 เจ้าใหญ่ๆ คือ Foursquare และ Gowalla ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ได้แก่ Loopt, Rally, Rummble, Plyce, Tellmewhere, Mobnotes, Yelp, Brightkite เป็นต้น

ผมทราบมาว่าคนแถวๆ นี้รู้จัก Foursquare กันอยู่บ้างแล้ว คงไม่ต้องอธิบายกันมาก (ถ้ายัง อ่านที่คุณ @pawoot เขียนเอาไว้ ละเอียดดีมาก ตะโกนบอกโลกให้รู้ว่าคุณอยู่ไหนกับ foursquare.com) วันนี้จะกล่าวถึงคู่แข่งรายใหญ่ของ Foursquare คือ Gowalla ซึ่งให้บริการลักษณะเดียวกัน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานใหญ่ในแวดวงเว็บและอุตสาหกรรมไฮเทคสหรัฐ คือ SXSW 2010 (ชื่อเต็มคือ South by Southwest จัดโดยสายการบิน Southwest) ซึ่งมันกลายเป็นสมรภูมิสำคัญสำหรับ Foursquare และ Gowalla ในการฟาดฟันกันว่า ใครจะเป็นเจ้าแห่ง location-based social network มีสื่อฝรั่งหลายเจ้ารายงานเรื่องนี้ เช่น

Gowalla เป็นบริการสำหรับ "เช็คอิน" ตามจุดเสมือน (ซึ่งตรงกับสถานที่จริง) แบบเดียวกับ Foursquare การใช้งานจะให้ราบรื่นควรใช้กับมือถือที่มี GPS ในตัว ปัจจุบัน Gowalla รองรับ iPhone, Android, BlackBerry และ webOS

หน้าตา Gowalla รุ่น Android

หน้าตา Gowalla รุ่น iPhone

หน้าตา Gowalla รุ่น webOS

โดยหลักการแล้วมันเหมือนกับ Foursquare ทุกประการครับ ข้อดีที่เหนือกว่าเห็นๆ ก็ตามภาพ นั่นคือ "มันสวยกว่า" นั่นเอง ถ้าใครชอบดูไอคอนสวยๆ น่าจะชอบ Gowalla มากกว่าครับ เพราะทีมนี้เค้าขยันทำไอคอนกันมาก

นอกจากนี้ยังมีนโยบายการสร้างสถานที่ ซึ่ง Gowalla เข้มงวดกว่า มีปัญหาเรื่องจุดซ้ำซ้อนน้อยกว่า แต่ไม่แน่เหมือนกันว่าในระยะยาว พอคนใช้เยอะแล้ว จะมีปัญหาเหมือนกับ Foursquare หรือไม่ (อ่านปัญหาเรื่องสถานที่ซ้ำซ้อนของ Foursquare ได้ในบล็อกของ @thanr)

แม้ว่าแนวคิดของ location-based social network จะอยู่ที่การเช็คอินตามสถานที่จริง แต่ทั้ง Foursquare และ Gowalla ก็เพิ่มแนวคิดอื่นๆ เพื่อสร้างแรงรูงใจให้กับบริการ ในกรณีของ Foursquare จะมี badge ซึ่งป้ายหรือตราสัญลักษณ์พิเศษตามสถานที่หรือเหตุการณ์ต่างๆ ให้เก็บสะสม กับลำดับคะแนนที่ได้จากการเช็คอิน-ตำแหน่ง mayor สำหรับผู้ที่เช็คอินในสถานที่นั้นมากที่สุด เพื่อให้แข่งกันระหว่างหมู่เพื่อน

ส่วนของ Gowalla ก็มีแนวคิดคล้ายกับ badge แต่ใช้คำว่า pin (เข็มกลัด) ส่วนที่ต่างออกไปคือแนวคิดเรื่อง item เราจะพบไอเทมเสมือนวางอยู่ที่ต่างๆ แบบสุ่ม และเราสามารถใช้ไอเทมกับสถานที่เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นเจ้าของสถานที่ได้ เก็บไอเทมของคนอื่นมาใช้งานได้

แนวคิดที่น่าสนใจอีกอันคือ trip หรือชุดของสถานที่ที่มีความหมาย เช่น ทริปตามรอยวงดนตรี ตามรอยทีมฟุตบอล ให้ผู้ใช้แข่งกันพิชิต (เหมือนทำเควสต์ในเกม RPG)

รายละเอียดของ Gowalla ก็คงมีเท่านี้ ถ้าสนใจต้องไปลองเล่นกันเอง ผมก็ลองใช้อยู่ทั้งสองตัว แอดมาได้ที่ Gowalla และ Foursquare

ตัวไหนจะเป็นผู้ชนะปลาย ตอนนี้ยังบอกได้ยากมาก เพราะทั้ง Foursquare และ Gowalla ถือว่าใหม่มากๆ ยังต้องสู้กันอีกหลายยก รวมไปถึงภัยคุกคามที่กำลังเข้ามาของ Facebook และ Twitter ด้วยเช่นกันครับ (จริงๆ กูเกิลก็มี Latitude/Buzz แต่ดูไม่ค่อยจริงจังเท่าไรเช่นกัน)

ยอดสั่งซื้อ iPad ล่วงหน้า วันแรกพุ่ง วันที่สองเลิกตื่นเต้น

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 04:46

หลังจากแอปเปิลเปิดให้สั่งซื้อ iPad ล่วงหน้าไปเมื่อไม่กี่วันก่อน กระแสความต้องการ iPad ในช่วงแรกสูงมากถึง 25,000 เครื่องต่อชั่วโมง แต่หลังจากนั้นกลับมาอยู่ในหลัก 1,000 เครื่องต่อชั่วโมง รวมแล้ววันแรกมีคนสั่งประมาณ 152,000 เครื่อง

ผู้ประเมินจำนวนการสั่งซื้อคือ Daniel Tello นักวิเคราะห์และบล็อกเกอร์ชื่อดังชาวเวเนซุเอลา เขาบอกว่าครึ่งหนึ่งของยอดสั่งมหาศาลในวันแรกมาจาก "แฟนบอยที่ตื่นเต้นเกินไป" (pure overexcited fanboism) เขามองว่ายอดสั่งซื้อต่อจากนี้ก่อนถึงวันขายจริง 3 เมษายน จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 เครื่องในวันธรรมดา และ 15,000 เครื่องในวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมแล้วก่อนขายจริง น่าจะมียอดสั่งไม่เกิน 500,000 เครื่อง

อย่างไรก็ตาม หลังจากวางขายจริงแล้ว เขาคาดว่า iPad จะขายได้ประมาณ 1 ล้านเครื่องในสัปดาห์ที่สอง ส่วนข้อมูลสั่งซื้อล่วงหน้าระบุว่ารุ่น Wi-Fi ได้รับความนิยมกว่ารุ่น 3G ในสัดส่วน 2:1

ที่มา - Fortune

40% ของผู้ใช้ BlackBerry อยากเปลี่ยนไปใช้ iPhone, 32% อยากใช้ Android

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 03:21

แม้ว่าเมืองไทย BlackBerry จะยังเป็นของใหม่ และอยู่ในกระแสนิยม แต่ในสหรัฐนั้น BlackBerry มีมานานแล้ว และคนสหรัฐก็เริ่มเบื่อ BlackBerry กันแล้ว

ผลสำรวจจากบริษัท Crowd Science ซึ่งสำรวจเกี่ยวกับแบรนด์ของโทรศัพท์ที่ชอบเป็นอันดับสอง พบว่าผู้ใช้ BlackBerry 40% อยากเปลี่ยนไปใช้ iPhone และ 32% อยากใช้ Nexus One ตัวแทนของ Crowd Science ให้ความเห็นว่า นี่แสดงว่าความจงรักภักดีต่อแบรนด์ BlackBerry มีไม่มากเท่าไรนัก และอาจแสดงว่าแบรนด์ BlackBerry ไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับ iPhone

ผู้ตอบแบบสอบถามมีทั้งหมด 1,140 คน ผู้ใช้ iPhone/Android มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ใกล้เคียงกันคือ 90% ไม่เปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น

ที่มา - Crowd Science, Ars Technica

Twitter เปิดตัว @anywhere สู้ Facebook Connect

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 01:13

ข่าวนี้ต่อจาก ทวิตเตอร์ เตรียมออกชุดพัฒนาให้เชื่อมต่อบริการโดยตรงมาต่อกรกับเฟสบุ๊ก

ที่งาน SXSW ทาง Twitter นำโดยซีอีโอ Evan Williams ประกาศตัว "@anywhere" ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์คที่ช่วยให้เว็บไซต์อื่นๆ นำ Twitter ไปใช้งานได้ แนวคิดของมันคือ สมมติถ้าผู้ชมกำลังอ่านเว็บอยู่ และต้องการดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องบน Twitter (เช่น สถานะล่าสุดของผู้เขียนบทความ) ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเว็บของ Twitter สามารถดูข้อมูลเหล่านี้ได้จากเว็บเดิมได้เลย แม้ไม่เหมือนกับ Facebook Connect ซะทีเดียว แต่นี่คือการตอบโต้ Facebook Connect อย่างแน่นอน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ถ้าเว็บไซต์ใช้ @anywhere ตรงที่เป็นลิงก์ไปยัง Twitter เวลาเอาเมาส์ไปชี้จะมีกล่องข้อมูล (เรียก hovercard) ลอยขึ้นมา พร้อมแสดงข้อความล่าสุดของบัญชี Twitter นั้น
  • เจ้าของเว็บสามารถรวม Twitter เข้ากับเว็บได้มากกว่าเดิม เช่น ให้ผู้ชมเว็บกด follow ได้จากหน้าเว็บเลย
  • การใช้งานใช้เพียง JavaScript ไม่กี่บรรทัดเท่านั้น

รายละเอียดยังมีไม่มาก แต่ Twitter ขนพันธมิตรมาเพียบ ได้แก่ New York Times, Huffington Post, Meebo, Amazon, Yahoo, Bing และ eBay เราคงได้เห็นกันในเร็วๆ นี้

ที่มา - Twitter, TechCrunch

HitWise ระบุ Facebook กลายเป็นเว็บอันดับหนึ่งของสหรัฐ

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 00:53

หลังจาก Facebook แซง Yahoo! กลายเป็นเว็บอันดับสองของสหรัฐ ได้ไม่นาน เว็บไซต์นับสถิติอีกแห่งหนึ่งคือ HitWise (ในข่าวเดิมคือ Compete) รายงานว่า Facebook สามารถแซงกูเกิลในแง่จำนวนผู้เข้าชมได้แล้ว โดย Facebook มีส่วนแบ่งผู้ชม 7.07% ส่วนกูเกิลมี 7.03%

อย่างไรก็ตาม อันดับสามและสี่เป็นยาฮูทั้งคู่ อันดับสามคือ Yahoo! Mail 3.8% กับ Yahoo! หน้าหลัก 3.67% ซึ่งรวมกันแล้วยังมากกว่า Facebook และอาจจัดว่าเป็นอันดับหนึ่งได้

จากสถิติของอีกเจ้า ComScore บอกว่าอันดับหนึ่งยังเป็นกูเกิล ตามมาด้วยยาฮูและไมโครซอฟท์ ส่วน Facebook ยังเป็นอันดับสี่

ที่มา - TechCrunch

Tim Bray อดีตผู้สร้าง XML เข้าทำงานกับทีม Android เพื่อ "โค่น iPhone"

Blognone - อังคาร, 03/16/2010 - 00:46

Tim Bray อดีตผู้ร่วมสร้าง XML และผู้บริหารระดับสูงของซัน ได้ประกาศลงบล็อกของเขาว่าได้ทำงานกับกูเกิลเป็นที่เรียบร้อย โดยเขามีตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า Developer Advocate และงานหลักคือ Android

Tim Bray เปิดเผยว่าเขาได้รับข้อเสนอจากออราเคิลให้ทำงานต่อ แต่เขาปฏิเสธ นอกจากนี้เขายังได้รับข้อเสนอจากบริษัทบางแห่ง แต่สุดท้ายเขาเลือกกูเกิล เพราะมีแนวทางและวิถีทางที่ตรงกับเขามากที่สุด

แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ Tim Bray บอกว่าเหตุผลหลักที่เขามากูเกิลคือ Android และบอกว่าเขา "เกลียด" แนวทางของ iPhone

เหตุผลที่ Tim Bray เลือก Android

  • การอยู่บนเน็ตตลอดเวลาไม่ใช่สิ่งดี แต่การมีเน็ตให้ใช้ทุกที่ทุกเวลาเป็นเรื่องดีมาก
  • กูเกิลจริงจังกับ Android ไม่มองว่ามันเป็นโครงการเล่นๆ
  • user experience ของ Android ถือว่าดีมาก และพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
  • เป็นมิตรกับนักพัฒนา นักพัฒนา Java นับล้านๆ สามารถเรียนรู้ได้ทันที
  • API ถือว่าดี ไม่มีฟีเจอร์เด่นตัวไหนของโทรศัพท์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จาก API
  • ใครก็สร้างฮาร์ดแวร์ได้ ไม่ต้องมีกระบวนการขออนุมัติ
  • ใครก็ขายซอฟต์แวร์ได้ ไม่ต้องมีกระบวนการอนุมัติ
  • โอเพนซอร์ส
  • สมรภูมิสมาร์ทโฟนกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าสนใจ เกิดการทดลองสิ่งใหม่ๆ มากมายทั้งด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ
  • วงการมือถือกำลังจะสร้างผลกระทบอย่างมากต่อประเทศกำลังพัฒนา มันกำลังเริ่มต้น และเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ช่วงนี้
  • เขาสนุกกับการแข่งขันกับแอปเปิล

Tim Bray พูดถึง iPhone

ตอนนี้แอปเปิลขาย iPhone ได้วันละ 90,000 เครื่อง ส่วน Android ขายได้วันละ 60,000 เครื่อง นี่เหมือนการแข่งม้า

วิสัยทัศน์ด้านอินเทอร์เน็ตบนมือถือของ iPhone มองข้ามความขัดแย้ง เซ็กซ์ และเสรีภาพ แต่กลับจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้ในการรับรู้และการแสดงออก มันเหมือนเป็นอาณาจักรปิดลักษณะเดียวกับดิสนีย์ แต่รายล้อมด้วยทนายความกระหายเลือด ผู้สร้างแอพพลิเคชันต้องคอยรับใช้ขุนนางเจ้าที่ดิน (หมายถึงแอปเปิล) และกลัวอยู่ตลอดเวลาว่าขุนนางจะโกรธ

ผมเกลียดมัน

ผมเกลียดมัน แม้ว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ iPhone จะยอดเยี่ยม แต่ว่า "เสรีภาพ" ไม่ใช่คำที่ไม่มีความหมาย และเสรีภาพไม่ใช่ออพชัน

ความยิ่งใหญ่ของเว็บไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่มันเป็น "แพลตฟอร์มที่ไม่ขึ้นกับผู้ผลิตรายใดอันแรก" ข้อดีอันนี้เป็นจุดเริ่มของข้อดีของเว็บอันอื่นๆ และผมอยากเข้าไปช่วยแพลตฟอร์มลักษณะนี้เท่านั้น

แอปเปิลคิดว่าคุณสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้ แต่ในขณะเดียวกันกลับควบคุมว่าโปรแกรมอะไรสามารถรันได้ ส่วนไหนใน stack ของแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้ และนักพัฒนาสามารถพูดเรื่องอะไรได้บ้าง

ผมคิดว่าพวกเขาคิดผิด และผมเลือกทำงานนี้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาผิด

สิ่งที่น่าเสียดายคือแอปเปิลเองก็สร้าง "แพลตฟอร์มเปิด" ที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาเช่นกัน ผมเป็นลูกค้าที่ดีของคอมพิวเตอร์แอปเปิลมาหลายปี และจะยังใช้ต่อไป

Tim Bray บอกว่าเขายังไม่รู้แน่ชัดว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับ Android บ้าง แต่ที่แน่ๆ จะลองเขียนโปรแกรมบน Android อย่างจริงจัง ลองแอพพลิเคชัน HTML5 ที่ว่ากันว่าจะเป็นอนาคต และคุยกับพนักงานของกูเกิลหลายๆ คนเพื่อหาไอเดีย

ที่มา - Tim Bray, CNET, TechCrunch

ไมโครซอฟท์ปล่อย Windows Phone Developer Tools แล้ว

Blognone - จันทร์, 03/15/2010 - 21:07

ที่งาน MIX10 วันแรก ไมโครซอฟท์ได้ปล่อย Windows Phone Developer Tools (หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Visual Studio 2010 Express for Windows Phone) ให้ดาวน์โหลดกันแล้ว โดยชุดเครื่องมือดังกล่าวประกอบด้วย Visual Studio 2010 Express Beta 2, อีมูเลเตอร์ของวินโดวส์โฟน, XNA Game Studio 4.0 และซิลเวอร์ไลท์สำหรับวินโดวส์โฟน* ด้วย

นอกจากนั้นไมโครซอฟท์ยังปล่อยซิลเวอร์ไลท์ 4 เวอร์ชั่น RC พร้อมกับ SDK และเครื่องมือพัฒนาบน Visual Studio 2010 รวมถึง Expression Blend 4 เวอร์ชั่น Beta ที่รองรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนซิลเวอร์ไลท์ 3 กับ 4 และ Expression Blend Add-in Preview for Windows Phone สำหรับพัฒนาซิลเวอร์ไลท์บนวินโดวส์โฟนโดยเฉพาะอีกด้วย

ใครสนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดเครื่องมือที่กล่าวมาเข้าไปที่

หมายเหตุ: * ซิลเวอร์ไลท์สำหรับวินโดวส์โฟนเป็นซิลเวอร์ไลท์ 3 ที่เพิ่มฟีเจอร์สำหรับวินโดวส์โฟน 7 (เช่น accelerometer) ลงไป

ที่มา: ZDNet, MobileTechWorld

Highly Available NFS Server Using DRBD And Heartbeat On Debian 5.0 (Lenny)

Howtoforge - จันทร์, 03/15/2010 - 16:13

Highly Available NFS Server Using DRBD And Heartbeat On Debian 5.0 (Lenny)

This HowTo explains how I set up a highly available NFS server using Debian 5 (Lenny) and drbd8 with heartbeat.

Barnes & Noble เตรียมออกโปรแกรมสำหรับ iPad

Blognone - จันทร์, 03/15/2010 - 13:45

ในเมื่อคู่แข่งอย่าง Amazon มีท่าทีดูเหมือนจะเป็นศัตรูกับ iPad ไปเสียแล้ว Barnes & Noble นั้นจึงได้คิดจะลุยตลาด iPad ร่วมไปกับเครื่องอ่าน eBook ที่ชื่อ nook ของตน (ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับ Kindle) แล้วครับ

Barnes & Noble ได้เปิดเผยออกมาว่าจะมีการผลิตโปรแกรมอ่าน E-Book สำหรับ iPad โดยเฉพาะ โปรแกรมนี้นั้นจะสามารถอ่านหนังสือและนิตยสารที่อยู่ในร้านหนังสือออนไลน์ eBookstore ของ Barnes & Noble ที่ในปัจจุบันมีกว่าหนึ่งล้านเล่มได้เหมือนโปรแกรมที่มีอยู่แล้วบนวินโดวส์ แมค และไอโฟน สำหรับโปรแกรมดังกล่าวนี้ B&N จะเปิดตัวพร้อมกับเวลาที่ iPad ออกจำหน่ายในตลาดจริงๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ครับ

ที่มา: nook & BN eReader Blog

HTC UK ยืนยัน Tattoo จะได้อัพเกรดเป็น 2.1

Blognone - จันทร์, 03/15/2010 - 09:40

HTC UK ได้ออกมายืนยันผ่านทางเว็บ FrAndroid ว่า กำลังทำตัวอัพเกรด Android 2.1 สำหรับ HTC Tattoo อยู่ และจะเสร็จพร้อมปล่อยเร็วๆ นี้

Kindly note that now we understand that a phone running Android OS 2.1 is available that you are excited to get an update for your Tattoo. We are still working hard to Sense for building this new version but we expect to have the upgrade finished and ready to go soon...

หวังว่าในไทยคงจะได้กับเค้าด้วย

ที่มา : FrAndroid ผ่าน Android Community ผ่าน Leakdroid

Syndicate content